วันพุธที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2569

บทกำหนดโทษ PDPA

บทความโดย นายก้องทภพ  แก้วศรี

            

                 พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 (Personal Data Protection Act: PDPA) กำหนดความรับผิดและโทษแก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หรือบุคคลและนิติบุคคลที่ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลไว้ ดังนี้

                ความรับผิดทางแพ่ง 

                ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562   ทำให้เกิดความเสียหายต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้นแก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าการดำเนินการนั้นจะเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อหรือไม่ก็ตาม

                 เว้นแต่ ความเสียหายนั้นเกิดจากเหตุสุดวิสัย หรือเกิดจากการกระทำหรือละเว้นการกระทำของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเอง หรือ เป็นการปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติตามหน้าที่และอำนาจตามกฎหมาย 

                สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดจากการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้อันเป็นขาดอายุความ เมื่อพ้น 3 ปีนับแต่วันที่ผู้เสียหายรู้ถึงความเสียหายและรู้ตัวผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องรับผิด หรือเมื่อพ้น 10 ปีนับแต่วันที่มีการกระเมิดข้อมูลส่วนบุคคล

               การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล หมายความว่า การละเมิดมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่ทำให้เกิดความสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ ไม่ว่าจะเกิดจากเจตนา จงใจ ความประมาทเลินเล่อ การกระทำดดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ การกระทำเกี่ยวกับความผิดคอมพิวเตอร์ ภัยคุกคามทางไซเบอร์ ข้อผิดพลาดบกพร่องหรืออุบัติเหตุ หรือเหตุอื่นใด 

                 โทษทางอาญา

                 ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ฝ่าฝืนใช้หรือเปิดเผยข้อมุลส่วนบุคคลโดยไม่่ได้รับความยินยอม หรือบุคคลหรือนิติบุคคล ที่ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลมาจากการเปิดเผยของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์อืนนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้กับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล  โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่น เกิดความเสียหาย เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือได้รับความเสียหาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

                หรือผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ปฏิบัติตามมาตรา 28 อันเกี่ยวกับข้อมูลที่มีความอ่อนไหวตามมาตรา 26 โดยการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ  ที่ประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคล ไม่มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลสวนบุคคลที่เพียงพอตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ไม่ใช่เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย หรือไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลฯ   โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่น เกิดความเสียหาย เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือได้รับความเสียหาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ            

                  โทษทางปกครอง

                   คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ ตามพระราชบัญญัตินี้ มีอำนาจปรับทางปกครอง กับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือผู้ประมวลบุคคลข้อมูลส่วนบุคคล บุคคลหรือนิติบุคคลที่ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลมาจากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ตัวแทนผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือตัวแทนผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ระวางโทษปรับไม่เกิน ห้าแสนบาท  สูงสุดไม่เกิน ห้าล้านบาท 

                    กรณีผู้ถูกลงโทษปรับทางปกครองไม่ยอมชำระค่าปรับทางปกครอง ให้นำบทบัญญัติเกี่ยวกับการบังคับทางปกครองตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมาใช้บังคับโดยอนุโลม กรณีไม่สามารถบังคับทางปกรองได้ คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ ฟ้องคดีต่อศาลปกครองเพื่อบังคับชำระค่าปรับได้   เช่น 

                   1.ระหว่างโทษปรับทางปกครองไม่เกินหนึ่งล้านบาท เมื่อ

                  (1)  ไม่ได้แจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวมข้อมุลถึงวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมข้อมูล ไปใช้หรือเปิดเผย(มาตรา23) รวมถึงอำนาจในการเก็บรวบรวมได้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมุูลส่วนบุคคล ตามมาตรา 24 

                  (2)  เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลขอเข้าถึงและข้อรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล หรือขอให้เปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคล แล้วผู้ควบคุมไม่อาจปฏิเสธคำขอได้ ไม่ดำเนินการตามคำมีระยะเวลาเกินกว่า 30 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ (มาตรา30วรรคสี่) 

                  (3)  ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ได้บันทึกรายการ ตามมาตรา 39 วรรคหนึ่ง เพื่อการตรวจสอบของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลและสำนักงาน 

                  (4) ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ได้จัดให้มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

                  (5) ไม่สนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลสวนบุคคล หรือให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลออกจากราชการหรือเลิกสัญญาการจ้างด้วยเหตุปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ไม่ได้ 

                  (6) ไม่ขอความยินยอมตามแบบหรือข้อความตามที่คณะกรรมการกำหนด 

                  (7) ไม่แจ้งผลกระทบจากการถอนความยินยอม

                  (8) ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เก็บรวมรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่จากเจ้าของข้อมูลส่วนบคคลโดยตรง โดยไม่แจ้งวัตถุประสงค์ใหม่ และไม่แจ้งรายละเอียดตามมาตรา 23 สำหรับการรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องได้รับความยินยอม 

                  2.  ระหว่างโทษปรับทางปกครองไม่เกินสามล้านบาท เมื่อมีการฝ่าฝืน ดังนี้

                    (1) การเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้ง

                    (2) เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล เกินกว่าที่จำเป็นภายใต้วัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมาย

                    (3) เก็บรวบรมข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งไม่เข้าเงื่อนไขตามมาตรา 24

                    (4) เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งอื่น ไม่เป็นตามมาตรา 25วรรคหนึ่ง

                    (5) ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลโดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล 

                    (6) บุคคลหรือนิติบุคคล ที่ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลมาจากการเปิดเผยของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกจากที่ได้แจ้งแก่ผู้ควบคุม

                    (7) ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ส่งข้อมูลส่วนบุคคลไป ประเทศปลายทางไม่มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ

                    (8) เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล แต่ยังเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นต่อไป ไม่ได้แยกส่วนจากข้อมูลอย่างอื่นอย่างชัดเจน 

                    (9) ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ปฏิบัติหน้าที่ของตนตามมาตรา 37

                    (10) ขอความยินยอมโดยการหลอกลวงหรือทำให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเข้าใจผิดในวัตถุประสงค์  

                  

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น